แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ supply แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ supply แสดงบทความทั้งหมด

วิธีลงทุนในทองคำ(คำแนะนำ)

การลงทุนในทองคำ


เป็น กระแสที่นักลงทุนส่วนใหญ่ให้ความนิยมเป็นอย่างมาก โดยนักลงทุนสามารถลงทุนได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ด้วยเหตุผลที่มีอย่างมากมายที่สามารถดึงดูดนักลงทุน เช่น การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาทองคำตามสถิติตั้งแต่ปี 2001 ราคาทองคำได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 150% ความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นจากกำลังการผลิตที่ลดลง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาทองปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องใน ช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าขณะนี้ราคาทองจะปรับตัวลดลงก็ตาม ความนิยมในการลงทุนก็มิได้ลดน้อยลงเลย บทความนี้ก็อยากจะพูดทั้ง 2 มุมมองของการลงทุนในทองคำไม่ว่าทางตรงโดยการซื้อทองคำแท่งเอง และการลงทุนโดยอาศัยความชำนาญของผู้บริหารกองทุน

1. การลงทุนโดยตรง

นัก ลงทุนส่วนใหญ่แล้วจะนิยมซื้อทองคำแท่ง หรือทองรูปพรรณมาเก็บไว้ ช่วงที่ผ่านมาราคาขึ้นแรงๆ คนก็เอาไปขาย บางช่วงที่ราคาปรับลดลง คนก็ไปซื้อเก็บไว้เพื่อเก็งกำไร การที่นักลงทุนจะตัดสินใจซื้อหรือขายนั้น ผมอยากแนะนำให้ท่านได้ติดตามสถานการณ์และปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อราคาทองคำด้วย เช่น ในช่วงที่ผ่านมาราคาทองปรับตัวสูงขึ้นเพราะอะไร เราก็ต้องไปดูและศึกษาว่า Demand และ Supply นั้นสะท้อนให้เห็นถึงมูลค่าหรือราคาจริงของทองคำไหม หรือเป็นเพราะเกิดจากการเก็งกำไรของ Hedge Fund อย่างที่ผ่านมาไม่กี่เดือน ตัวอย่างที่ผ่านมาสำหรับสถานการณ์การซื้อขายทองคำในช่วงสงกรานต์ จะเห็นได้ว่าความต้องการซื้อทองคำปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากราคาทองคำที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นตามด้วอย่างไรก็ดี การลงทุนในทองคำก็ถือเป็นการลงทุนที่ใช้ในการลดผลกระทบจากเงินเฟ้อได้ เนื่องจากถ้าเรามองราคาทองคำระยะยาวแล้ว ทองคำก็ยังคงมีมูลค่าสูงอยู่ดี แม้ปรับลดด้วยอัตราเงินเฟ้อแล้วก็ตาม

2. การลงทุนผ่านกองทุนรวม

ซึ่ง ถือเป็นการอาศัยความเชี่ยวชาญของ บลจ. ต่างๆ ซึ่งเท่าที่มีอยู่ในตอนนี้ เช่น TMB Gold Fund, ING Golden Star link, BT FIF Golden link เป็นต้น อย่างที่เราทราบกันดี การลงทุนในกองทุนรวมมีขั้นตอนในการตัดสินใจพิจารณาหามูลค่าของการลงทุนนั้นๆ ก่อนตัดสินใจซื้อหรือขาย โดยกลยุทธ์การซื้อขายของกองทุนเท่าที่ผมเข้าใจ จะใช้การบริหารเชิงรับ (Passive Investment Strategy) โดยเป็นการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศอีกที ฉะนั้นการลงทุนประเภทนี้ก็ถือเป็นกองทุน FIF อย่างหนึ่ง ถ้าถามว่าปัจจัยใดที่มีผลกระทบต่อเงินลงทุนของกองทุนประเภทนี้ คำตอบคือความผันผวนของราคาทองคำ รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ความเสี่ยงด้วยกัน

1) ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาทองคำ (Price Risk)

หมาย ถึง โอกาสที่ราคาทองในตลาดโลกจะเพิ่มสูงขึ้นหรือลดต่ำลงในช่วงระยะเวลาสั้นๆ หรือระยะยาวในบางครั้ง เช่น ในช่วงที่ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ขายเงินทุนสำรองที่เก็บในทองคำออกมาในตลาด จนทำให้ราคาทองในตลาดโลกลดต่ำลง ทั้งนี้ หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจะส่งผลกระทบต่อกองทุน เนื่องจากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนมีการเปลี่ยนแปลงตามราคาทองในตลาด โลก ดังนั้นหากราคาทองในตลาดโลกลดลงจะส่งผลทำให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน ลดลงได้อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำมีความเป็นอิสระจากการเปลี่ยนแปลงจากการลงทุนการ ลงทุนในตราสารทุนหรือตราสารหนี้ ทั้งนี้ จากข้อมูลทางสถิติย้อนหลังที่ทำการศึกษาทั้งในและต่างประเทศแสดงให้เห็นว่า ผลตอบแทนของทองคำมีค่าความสัมพันธ์กับผลตอบแทนจากการลงทุนในสภาวะที่คาดว่า ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารทุนหรือตราสารหนี้มีแนวโน้มลดลง

2) ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk)

ความ เสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงิน สกุลต่างประเทศอื่น กล่าวคือ หากค่าเงินบาทมีค่าแข็งขึ้นจากวันที่กองทุนเข้าลงทุนเมื่อเทียบกับสกุลเงิน ดอลลาร์ที่เข้าลงทุนนั้น (เช่น จาก 33 บาท ต่อ1ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 31 บาท) จะทำให้กองทุนได้รับดอกเบี้ยตามงวดและ/หรือเงินต้นเมื่อครบกำหนดของตราสาร เป็นเงินบาทในจำนวนที่น้อยลง ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนของการลงทุนต่ำกว่าที่คาดไว้ ในทางกลับกัน หากค่าเงินบาทมีค่าอ่อนลง (เช่น จาก 33 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 35 บาท) จะทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเมื่อคำนวณเป็นสกุลเงินบาทมากขึ้น

3. การลงทุนแบบ Gold Future

คือ สัญญาซื้อขายราคาทองคำล่วงหน้าในตลาดภายในประเทศไทย เป็นเครื่องมือที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ เป็นทางเลือกหนึ่ง สำหรับลงทุนได้ ตามความคาดการณ์ที่มีต่อราคาทองคำได้ทั้งในภาวะราคาทองขาขึ้น และราคาทองขาลง ด้วยคุณลักษณะเด่นที่สามารถ ขายก่อนซื้อได้ หรือซื้อก่อนขายได้ และใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการซื้อทองแท่งจริง Gold Futures จึงเป็นทางเลือกที่ น่าสนใจในการทำกำไรและกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนการเล่นตลาด Gold Future ทำการซื้อขายในตลาดอนุพันธ์ บ้านเราก็คือ TFEX นี่เอง TFEX จะเป็นคนกำหนดกฏเกณฑ์การซื้อขาย คอยจัดการดูแลให้ผู้เกี่ยวข้องในตลาด ปฏิบัติตามสัญญา ตลาดนี้มีลักษณะอีกอย่างที่เรียกว่า zero sum games นะครับ มีคนได้มีคนเสียเท่าๆกันเสมอซื้อ Gold Futures ต่างอะไรกับทองคำจริงๆบ้าง ทองคำจริง อยากซื้อเท่าไหร่ก็ซื้อได้ ซื้อแล้วเอามานอนกอดได้ ขาดทุนยิ่งต้องกอดมันไว้นานๆ แต่ซื้อทองคำ Futures จะมีคนมาสะกิดคุณทุกวันว่า วันนี้ กำไรหรือขาดทุน ยิ่งขาดทุน ยิ่งเครียด เพราะจะถูกสะกิดให้เติมเงินเข้าไปในบัญชี หากยังอยากถือไว้Gold Futures มีข้อกำหนดหลักๆ คือมันเป็นสัญญาจะซื้อ/จะขายทองคำ โดย 1 สัญญาจะเท่ากับ 50 บาท โดยการซื้อ ใช้แค่เงิน 10% เสียเงินค่าคอมมิชชั่นขั้นต้น 450 บาท + Vat 7% หรือ 481.50 บาท ตีมั่วๆง่ายๆ ก็ 500 บาทซะ ไปกลับประมาณ 1000 เท่ากับ 1 บาท คุณมีต้นทุนแล้ว 20 บาท ซึ่งยังถูกกว่าส่วนต่างของราคาสมาคม 5 เท่า (สมาคม 100 บาท) แปลว่า คุณมีโอกาสในการใช้เงินที่เคยซื้อทองคำได้แค่ 5 บาท มาซื้อทองคำ Gold Futures ได้ถึง 50 บาท และมีโอกาสทำกำไรได้มากกว่าเดิม 10 เท่า พร้อมๆกับส่วนต่างที่น้อยลงไปอีกบาทละ 80 บาทข้อดีที่ชัดๆของ Gold Futures ที่ผมเห็น คือโอกาสในการขายก่อน หรือเล่นในตลาดช่วงขาลง กรณีไม่มีของอยู่ในมือ ซึ่งทองคำของจริง หรือ KGOLD หรือ TMBGOLD ไม่สามารถทำได้ ได้แต่รออย่างเดีย แต่อย่าเพิ่งนอนใจนะครับ นั่นเป็นด้านดีที่ทำให้คนเข้าสู่ตลาดจนลืมด้านไม่ดี คือมันสามารถพาคุณขาดทุนได้เพิ่มขึ้นอีก 10 เท่าด้วยเหมือนกัน

4. การลงทุนแบบ Gold spot (แนะนำ)

Gold Spot คือ สัญญาซื้อขายราคาทองคำในตลาดโลก ที่สามารถซื้อ-ขายได้ทันที โดยผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินทั้งจำนวน แค่วางเงินส่วนหนึ่งไว้กับโบรกเกอร์ก่อนส่งคำสั่งซื้อขายเพื่อเป็นเงินมัดจำ หรือเรียกว่า เงินหลักประกันขั้นต้น (Initial Margin)โดยที่เราจะเน้นทำกำไร จากส่วนต่างของการซื้อขายราคาทองในตลาดโลก โดยราคาทองจะมีหน่วยเป็นเงินดอลล่าร์ (USD) ต่อน้ำหนัก 1 ออนซ์ (Ounce) โดยที่ราคาทองจะวิ่งขึ้นลงตลอดทั้งวัน 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ โดยมีแรงซื้อขายจากตลาดทั่วโลก ซึ่งสามารถทำการซื้อขายทองคำด้วยพอร์ทลงทุนของผู้เล่นเอง และสามารถทำกำไรได้ทั้งที่ภาวะราคาทองขาขึ้นและราคาทองขาลง ด้วยคุณลักษณะเด่นที่สามารถซื้อก่อนขายหรือขายก่อนซื้อก็ได้ และใช้เงินลงทุนน้อยการเล่น Gold spot สามารถทำการเล่นโดยผ่านโปรเกอร์ (Broker) หรือบริษัทตัวแทนการซื้อขาย ของท่างต่างประเทศ ซึ่งสำหรับนักลงทุนทองคำชาวไทย ก็สามารถสมัครเปิดบัญชีเพื่อเทรด Gold spot กับทางบริษัทตัวแทนได้ บริษัทตัวแทนการซื้อขายที่เราแนะนำในที่นี้คือ

Exness เป็นโบรกเกอร์ Forex(อัตราแลกเปลี่ยน) ที่สามารถลงทุนซื้อ-ขายทองคำโดยอ้างอิงราคาทองคำจากตลาดโลก เล่นได้ 2 ขา ขาขึ้นและขาลงเนื่องจากมีค่า spread(คอมมิชชั่น) ที่ค่อนข้างต่ำ การฝากเงินไม่ยุ่งยาก สามารถใช้ Internet Ibanking มี กรุงเทพ กรุงไทย ไทยพาณิชย์ กรุงศรีและกสิกรไทย หรือฝากผ่าน 7 -11 ได้และการถอนเงินก็สามารถถอนเข้าธนาคารไทยได้ทุกธนาคาร

โดยส่วนตัว แล้วผมคิดว่าถ้าเราจะลงทุนทองคำควรเลือกที่ได้ 2 ขา จะดีกว่า ไม่ว่าตลาดจะอยู่ในสภาพไหน? ขาขึ้น หรือ ขาลง เราก็ทำกำไรได้อยู่ดี!! รู้แบบนี้แล้ว จะไม่ลองสมัครเปิดบัญชีหรือครับ? หากท่านยังไม่พร้อมเปิดบัญชี ก็ลองเปิดบัญชีทดลองซื้อ-ขายได้มีเงินปลอมให้เล่น 1 แสนดอลล่า รูปแบบการซื้อ-ขายเหมือนบัญชีจริงๆแต่ต่างกันแค่เงินเป็นเงินปลอมเท่าั้นั้น เอง รูบแบบการซื้อ-ขายจะเป็นโปรแกรมเทรด MT4 ดาวโหลดไโปรแกรมได้หลังสมัครเปิดบัญชีจริงหรือบัญชีทดลอง ซื้อ - ขาย ทองคำ คู่เงิน หุ้น สามารถส่งคำสั่งซื้อ - ขาย ได้ 24 ชั่วโมง จันทร์ - ศุกร์

ศึกษาข้อมูลได้ที่   http://siammetatrader.com/index.php/topic,580.0.html

Buyer/Seller อีกฝั่งหนึ่งที่คุณลืมนึกถึง คุณกำลังเข้าซื้อที่ราคานี้....แล้วใครขายให้คุณ
ตลาด forex เป็นตลาด zero sum หมายความว่าเมื่อรวมผลลัพท์ของผู้ที่ได้กำไรและผู้ที่ขาดทุน ก็จะได้เป็น 0 หรือให้พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ เมื่อมีคนนึงได้ ย่อมมีอีกคนนึงเสีย และเมื่อเราเสียจะมีอีกคนนึงที่ยิ้มรับกำไรที่ได้จากเราไป

มาดู "ผู้เล่น" และบทบาทต่างๆดีกว่า
1. Market Maker ก็คือผู้จัดการตลาด เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำหรับ forex แล้ว ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น MM ก็น่าจะเป็น Big Bank ที่ควบคุมการไหลเข้าออกของเงินสกุลนั้นๆ อีกทั้งเป็นผู้ที่ตั้งอัตราและเปลี่ยน เพราะว่า MM นั้นสามารถมองเห็นปริมาณ Order ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย ทำให้สามารถกำหนดราคาได้ เช่น เมื่อ MM เห็น order ฝั่งซื้อเป็นจำนวนมาก แต่มี order ฝั่งขายน้อย MM ก็จะขยับราคาขึ้นเพื่อยับยั้งผู้ซื้อรายใหม่ และจูงใจให้เกิดการขาย

2. Smart Money พวกนี้คือกองทุนสถาบันการเงิน และธนาคาร ที่เข้ามาแสวงหากำไร พวกนี้มีเงินถุงเงินถัง และต้องการกำไรที่มั่นคง เค้าจะกระจายความเสี่ยงตามหลักการลงทุน ทั้งเล่นสั้นทั้งเล่นยาว เนื่องจากมีเงินจำนวนมาก ทำให้ SM สามารถควบคุมทิศทางตลาดได้ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ

3. Mass คือนักลงทุนรายย่อย หรืออีกชื่อหนึ่งคือ แมงเม่านั่นเอง กลุ่มนี้มีเป็นจำนวนมาก เข้ามาในตลาดเพื่อหวังได้กำไร แต่มักขาดทุนตลอด ดูใกล้ๆ ตัวก็ได้ กี่คนที่เข้ามาในตลาดแล้วมีแต่เสียกับเสีย

แล้วทำไม mass ถึงเสียตลอด และทำไม sm ถึงได้เสมอ ต้องมาดูกระบวนการทำงานของ sm กัน

sm จะทำอยู่ 4 อย่าง
1. Accumulation 
2. Markup 
3. Distribution 
4. Mark Down 

Accumulation
เมื่อ sm ดูราคาแล้วคิดว่าเหมาะสมที่จะเริ่มซื้อ (ตลาดมักเป็นขาลงอยู่) และคิดเปลี่ยนทิศทางของตลาด ในขณะนั้นมักจะมี supply เป็นจำนวนมาก และราคาถูก เพราะ mass เทขายออกมาเป็นจำนวนมาก และยังคิดจะขายอีก เหมือนกับเมื่อเราเห็นแท่งดำๆวิ่งลงยาวๆ เราจะอยู่ไม่สุข อยากเข้า อยากชอต ไม่อยากตกรถ ยิ่งเห็นมันทำท่าจะลงอีก ก็ทนไม่ไหว sm ก็ได้โอกาสซื้อ ล่อให้massจำนวนมากที่สุด เปิด short order ให้มากที่สุด จับคู่กับ long order ของ sm โดยจะแสดงให้เห็นในรูปของ sideway โดยหากดูที่ time frame ใหญ่ขึ้น อาจจะเห็นเป็น แท่งสั้นๆ หรือโดจิ ที่มี volume สูงมาก จากนั้นsm ก็ยกราคาขึ้นเล็กน้อยด้วยการ buy lot ใหญ่ๆ เพื่อ lock แมงเม่าผู้โชคร้าย กลุ่มนี้เอาไว้ โดยใช้จิตวิทยาว่า ไม่มีใครอยากปิด position ตอนมันแดงๆ ขาดทุนหรอก แล้วก็ทำการกวาด supply ที่เหลือในตลาดให้หมด ใน forex supply ก็คือ short order นั่นแหละ เมื่อตลาดเห็นความผิดปกติ เช่น เห็นเป็นโดจิขายาว (เนื่องจาก sm ดึงราคาขึ้นเพื่อ lock) ที่ time frame ใหญ่ ก็ไม่มีใครคิดจะเปิด short อีก พูดง่ายๆ supply หมดตลาดแล้ว 

บ้านเราบางช่วงที่มะนาวขาดตลาด ราคามันขึ้นไปได้อย่างน่าตกใจ ตลาด forex ก็เช่นกัน ยิ่งเป็นตลาดที่ demand/supply เกิดจากความรู้สึก ไม่ได้เกิดจากสินค้าจริงยิ่งหมดง่าย นี่คือเป้าหมายของการ Accumulation ก่อนปล่อยราคาขึ้น sm มักมี trick เด็ดอีกอันนึง คือเปิด short order ใหญ่ทีเดียว เพื่อให้ราคาวิ่งลง จนดูเหมือนว่ามันจะ break out ลงข้างล่าง เพื่อล่อลวงแมงเม่าให้เข้ามาเปิด short ให้มากที่สุด แล้ว sm ก็ buy สวน ให้ราคากลับมาในอยู่ใน zone เดิม lock แมงเม่าผู้น่าสงสารไว้ หลังจากนั้น ไม่ว่าใครก็น่าจะมองออกแล้วว่าราคามันไม่ลงไปแล้ว ก็จะเกิด demand ขึ้นในใจของ mass ในขณะที่ไม่มี supply ในตลาด คงไม่ต้องบอกว่าเหตุการณ์ต่อไปเกิดอะไรขึ้น

MarkUp
ถึงตอนนี้ sm นั่งเฉยๆ ดูราคาวิ่งขึ้น เมื่อราคาวิ่งขึ้นไประดับหนึ่ง ก็จะมี mass บางส่วน ปล่อยของทำกำไร ทำให้ราคาตกกลับมา แต่sm จะต้องรักษาเทรนด์เอาไว้เพื่อให้ราคาวิ่งขึ้นต่อจนถึงจุดที่น่าพอใจ แต่ต้องการใช้เงินน้อยที่สุดเค้าจึงทำเพียงแค่หยุดราคาที่ตกเอาใว้ โดยจุดที่เค้ายอมให้มันลงต่ำสุด จนต้องเข้าแทรกคือจุดบนสุดของ accumulation zone แต่หลายครั้งที่ sm ไม่ต้องแทรกแซงใดๆ mass เป็นผู้ดันราคากันขึ้นไปเองด้วยtrend lineบ้าง ด้วยfiboบ้าง ทำให้ sm ได้กำไรแบบเนื้อๆ แค่นั่งดูเฉยๆ

Distribution
เมื่อราคาถึงจุดที่น่าพอใจแล้ว sm ก็จะทำการหลอกล่อให้ mass เชื่อว่าราคามันจะวิ่งขึ้นต่อ เช่นการทำ new high ราคาวิ่งทะลุเส้นแนวต้าน เพื่อให้ mass เชื่อว่าราคาจะขึ้น แล้วเปิด long order โดยจับคู่กับการขายของsm (ปิด long position) ถ้าราคาวิ่งลงมา sm ก็จะดันราคากลับไปใหม่อีก ทำให้เราเห็น pattern จำพวก double top, tripple top, head and shoulder จนเมื่อใกล้หมดก็ปล่อยของทีเดียวหมด ฟาดกำไรจนอิ่ม supply ล้นตลาด ในขณะที่ราคายังสูงอยู่ คงไม่ต้องบอกว่าราคาจะวิ่งลงเร็วขนาดไหน เมื่อมีการขาย (ปิด long position) lot ใหญ่ และยิ่งวิ่งลงเร็วขึ้นเมื่อ mass เกิด panic

MarkDown
เมื่อราคาวิ่งลงมาถึงจุดที่ sm มั่นใจว่าจะปั่น demand ได้อีกครั้งก็จะทำการ mark ช่วงราคาที่จะเริ่มทำ accumulation อีกครั้ง

แล้ว mass ล่ะ mass สามารถเป็นผู้ผลักดันให้เกิดเทรนด์ได้หรือไม่ คำตอบคือได้ นั่นคือช่วงข่าวแรงๆ
แต่หากมองในมุมของ sm แล้ว ถ้าข่าววิ่งทิศเดียวกับ sm sm ก็ยิ่งได้กำไร ถ้าวิ่งทิศตรงข้าม จะกลายเป็นการเปิดโอกาสให้ sm สามารถเปิด order เพื่อจับคู่กับ mass ทีเดียวเป็นจำนวนมากๆ ได้ โดยที่ mass ไม่รู้ตัวเลย

จากกระบวนการทั้งหมดจะพบว่า เมื่อใดก็ตามที่เราขายจับคู่กับ sm ซื้อ หรือเราซื้อจับคู่กับ sm ขาย เราจะมีโอกาสขาดทุนสูงเสมอ เมื่อใดก็ตามที่เรา buy ที่ราคานี้ ก็คือกำลังมีอีกคนที่ขายให้เราที่ราคานี้ และเมื่อใดก็ตามที่เราขายที่ราคานี้ ก็คือกำลังมีอีกคนที่ซื้อของเราไปที่ราคานี้ ตามระบบการจับคู่ ก่อนเปิด order ให้หยุดนิดนึง แล้วดูว่าใครกันที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของเรา

Buyer/Seller อีกฝั่งหนึ่งที่คุณลืมนึกถึง

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,102.0.html

Haji Warithu เทรดเดอร์ค่าเงินชาวบรูไน

Haji Warithu เทรดเดอร์ค่าเงินอิสระชาวบรูไน เขาตัดสินใจออกจากงานประจำเพื่อเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ ด้วยเหตุผลที่ไม่ต่างจากเทรดเดอร์อิสระหลายๆคน ที่ต้องการมีเวลาให้กับครอบครัว และต้องการใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างที่ใจต้องการมากขึ้น



ก่อนที่ Haji จะมาเป็นเทรดเดอร์อิสระ เขาทำงานในบริษัทขนส่งก๊าซ LNG (liquified natural gas) แห่งหนึ่งในประเทศบรูไน งานของเขาจะต้องเดินทางอยู่ในทะเลตลอดเป็นเดือนๆ เขาไม่ค่อยมีเวลาให้กับครอบครัวเท่าไหร่นัก จนในกระทั่งวันหนึ่ง ระหว่างที่เขาเดินทางอยู่กลางทะเลจากบรูไนไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อขนส่งก็าซ LNG เหมือนดังเคย เขาเริ่มมีอาการผิดปกติบางอย่าง สุดท้ายเขาพบว่าเขาเป็นมะเร็ง !!!!! และสิ่งนี้ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปอย่างสิ้นเชิง

Haji ตัดสินใจลาออกจากงาน และใช้เวลาอยู่ที่บ้านเพื่อเทรด forex แทน โดยเขาได้เรียนรู้การเทรด forex มาจาก Rob Booker เทรดเดอร์อิสระ ผู้เขียนหนังสือ The adventure of the currency trader โดยสำหรับเขาแล้ว Rob booker เป็นแรงบันดาลใจให้เขาก้าวเข้ามาสู่อาชีพเทรดเดอร์อิสระเป็นอย่างมาก

ตอนนี้ Haji มีรายได้จากการเทรด forex เพียงอย่างเดียว การเทรดได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและทุกๆอย่างในชีวิตของเขา เขารักงานนี้ มันเป็นอะไรที่สุดยอดมากเมื่อคุณได้ทำงานที่ตัวเองรักและมันให้ผลตอบแทนที่ดีกับคุณไปพร้อมๆกัน

เทคนิคการเทรดของ Haji
เขาเปิดเผยว่าเขาจะเน้นการเทรดสั้นๆ เข้าในจังหวะที่มั่นใจ และมีการวาง Stop loss ทุกครั้ง โดยในช่วงเริ่มต้นการเทรด เขาพยายามฝึกเทรดในจำนวน lot น้อยๆ แล้วค่อยๆเพิ่ม lot ขึ้นไปเรื่อยๆ ในจุดนี้ เทรดเดอร์มือใหม่ต้องระวัง จำไว้ว่า ในช่วงที่เพิ่งเริ่มทำกำไรได้ คุณต้องรักษาวินัยและระบบเทรดของตัวเองเอาไว้ให้มีความสม่ำเสมอ อย่าพยายาม overtrade ในช่วงเริ่มต้น คุณต้องค่อยๆก้าว จำไว้ว่าความสำเร็จนั้นมีขั้นตอน คุณเข้ามาในตลาดแห่งนี้เพื่อจะทำกำไรจากมัน ไม่ได้จะมาเป็น super star ในวงการ เพราะฉะนั้น คุณไม่ต้องเร่งจังหวะของตัวเองเกินไป เพราะการเร่งจังหวะ และการเพิ่ม lot ในขณะที่จิตใจคุณยังไม่พร้อมกับเงินที่ใหญ่ขึ้น นั่นจะทำให้คุณหมดตัวในตลาดแห่งนี้แม้คุณจะเทรดถูกทางก็ตาม

สำหรับระบบการเทรดของเขานั้น Haji เผยว่ามันเป็นอะไรที่เรียบง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน โดยเขาจะใช้ indicator ไม่กี่ตัว ก็คือ Bollinger Band, CCI และ supply demand โดยการเข้า order ที่ปลอดภัยก็คือ คุณจะเข้าซื้อที่แนวรับแนวต้านเท่านั้น เขาให้เหตุผลที่ออกแบบระบบให้เรียบง่ายนั้นเพราะเขาเชื่อว่าจริงๆทุกระบบสามารถทำกำไรได้ ดังนั้นคุณจะเลือกใช้ที่มันยากๆทำไม เพราะแท้จริงๆแล้ว คุณจะได้กำไรหรือไม่ ตัวระบบเทรดนั้นมีผลค่อนข้างน้อย สิ่งที่สำคัญคือระบบความคิดที่ถูกต้อง วินัย และ money management ต่างหากที่จะตัดสินว่าคุณจะอยู่ในอาชีพนี้ได้นานแค่ไหน

Time Frame ที่ใช้
เนื่องจากสไตล์การเทรดของเขาเป็นแนว Scalper เน้นเก็บ PIP สั้นๆ ดังนั้น เขาจึงเลือกที่จะใช้ TF 15 นาทีในการเข้า order แต่เขาก็เผยว่าคุณจำเป็นต้องตรวจสอบสัญญาณที่ตรงกันใน TF ที่ใหญ่กว่าอย่าง 1 ชั่วโมง หรือ 1 วัน ด้วยในการเข้าเทรด เพื่อลดโอกาสความผิดพลาด การเทรดตามแนวโน้มเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันคุณจากความเสียหายที่รุนแรงได้

อย่างไรก็ตาม เขาเปิดเผยว่าทุกวันนี้ สไตล์การเทรดของเขาเปลี่ยนแปลงไปจากในช่วงแรกเล็กน้อย โดยเขาจะให้ความสำคัญกับ TF ที่ใหญ่กว่าเดิม และตั้ง target มากขึ้นพอสมควร โดยการเข้า order เขาชอบที่จะตั้ง pending order ไว้ที่แนวรับแนวต้านที่เขาวิเคราะห์ไว้ และก็ตั้ง Stop loss เผื่อไว้ รวมถึงวางแผนไว้ล่วงหน้าทั้งหมดว่าจะออกที่ตรงไหน

ข้อแนะนำสำหรับมือใหม่
คุณต้องหวังที่จะเก็บแค่วันละ 10 PIP ก็พอ ทำไมต้องเก็บ PIP น้อยๆ ก็เพราะว่าแท้จริงแล้วการที่คุณหวังที่จะเก็บ PIP น้อยๆ อย่าง 10 PIP นั้นมันเป็นอะไรที่ง่ายและมีความเป็นไปได้ในการเทรดของคุณ แต่คุณอาจจะรู้สึกว่า 10 PIP สำหรับคุณมันน้อยเกินไป คุณหวังว่าจะได้วันละ 50 PIP คำถามก็คือ ถ้าวันนี้คุณยังขาดทุนอยู่ ไอ้ 50 PIP ที่คุณหวังมันคงไม่มีความหมายอะไรหรอก คุณควรต้องเริ่มคิดใหม่แล้วล่ะว่าการได้ 10 PIP ต่อวันมันดีกว่าการขาดทุนเพราะหวังจะได้ 50 PIP จริงไหม ก็ในเมื่อการได้ 50 PIP มันยากกว่าการได้ 10 PIP แล้วทำไมในช่วงเริ่มต้น คุณถึงไม่เลือกทำในสิ่งที่ง่ายล่ะ??

อีกอย่างหนึ่ง ก็คือ คุณต้องวางแผนการเทรด เพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้คุณไม่เทรดโดยใช้อารมณ์และความโลภ เชื่อเหอะว่ามันจำเป็นหากคุณอยากจะดำรงชีพด้วยการเป็น freedom trader

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,63.0.html

ความแตกต่างของการวิเคราะห์หุ้นทางพื้นฐานกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค article

หากบอกถึงความแตกต่างระหว่างการวิเคราะห์ทางเทคนิค และการวิเคราะห์ทางพื้นฐานแบ่งออกได้ดังนี้

พื้นฐาน - มองหา “มูลค่าที่แท้จริง” ของหลักทรัพย์นั้นๆ
-  มูลค่าที่แท้จริง “สูงกว่า” ราคาตลาด (ของแพง)
-  มูลค่าที่แท้จริง “ต่ำกว่า” ราคาตลาด (ของถูก)

เทคนิค - ดู “Demand & Supply” ของหลักทรัพย์นั้นๆ
-  ดูความต้องการของนักลงทุนว่าอยากซื้อ หรืออยากขาย
-  เป็นเรื่องของ “ Sentiment ” จิตวิทยาและสภาวะตลาด  

การวิเคราะห์ทางพื้นฐาน   “Intrinsic Value”
-  ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น เช่นเงินปันผล หรือ P/E
-  อัตราการเจริญเติบโตของบริษัท
-  ผลประกอบการของบริษัท

การวิเคราะห์ทางเทคนิค “Demand & Supply”
-  ความเคลื่อนไหว ของราคาหุ้น
-  สภาวะตลาดและ จิตวิทยามวลชน
- ทิศทางของตัวเลขดัชนีต่างๆ

ความแตกต่างทางพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนทางพื้นฐานและทางเทคนิค
พื้นฐาน เน้นระยะยาว โดยซื้อแล้วเก็บ แต่สามาระยอมรับความเสี่ยงได้น้อย
เทคนิค สามารถลงทุนได้ทั้ง ระยะสั้นและระยะยาว โดยจะซื้อ-ขายตามสัญญาณทางเทคนิค และ ยอมรับความเสี่ยงได้มาก
ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,41.0.html

TAG

กระทิง (1) กราฟ (21) กราฟเหวี่ยง (1) กลยุทธ์ (12) กลยุทธิ์ (2) กองทุน (1) การเก็งกำไร (1) การขาดทุน (3) การคำนวณ (2) การเงิน (1) การชื้อขาย (1) การใช้ Ichimoku (1) การใช้ MACD (1) การซื้อขาย (15) การตัดสินใจ (1) การทบทวน (1) การทำกำไร (1) การเทรด (23) การเทรด Forex (2) การธนาคาร (1) การเรียนรู้ (1) การลงทุน (12) การเล่นเทรด (1) การเล่นหุ้น (3) การวางแผน (10) การวางเเผน (1) การวิเคราะห์ (17) การวิเคราะห์ทาง (1) การสร้างระบบ (1) กำไร (29) ข่าว (3) ข่าวforex (1) ความแตกต่าง (2) ความน่าจะเป็น (1) ความผันผวน (1) ความสำคัญ (1) ค่าเงิน (1) คำนวณ (3) เงินตราสกุล (1) เงินทุน (1) เงินเฟ้อ (1) จังหวะ (12) จำกัดวงเงิน (1) จำนวนจุด (1) จิตใจ (4) จิตวิทยา (8) จุด (7) จุดตัดขาดทุน (1) จุดปิดเก็บกำไร (1) จุดสูงสุด (1) ช่วงระยะเวลา (1) ซิกเนล (1) ซื้อขายหุ้น (1) ซื้อขายforex (5) ไซค์เวย์ (1) ดอลล่าร์ (1) ดัชนี (1) เดโม (1) เดโม่ (1) ตลาด (2) ตลาดเงิน (1) ตลาดโลก (1) ตลาดหลักทรัพย์ (1) ตลาดหุ้น (8) ตลาด forex (9) ตลาด Future (1) ทฤษฎี (5) ทฤษฏี (2) ทองคำ (1) ทักษะ (6) ทักษะใหม่ ๆ (1) ทัศนคติ (1) ทิศทาง (18) เทคนิค (16) เทรด (5) เทรดเดอร์ (12) เทรด forex (4) เทรน (3) แท่งเทียน (3) นักเทรด (3) นักลงทุน (8) นักเล่นหุ้น (2) นักวิเคราะห์ (2) แนวคิด (4) แนวต้าน (4) แนวทาง (2) แนวโน้ม (16) แนวรับ (4) บทความ (3) บทวิเคราะห์ (1) บัญชี (1) บัญชี Forex (1) บัญชี MINI (1) เบิกจ่าย (1) โบรก (2) โบรกเกอร์ (12) โบรกเกอร์ exness (1) โบรกเกอร์EXNESS (1) โบรเกอร์ (1) โบรก Exness (1) โบรก instaforex (1) โบรค (1) โบรคเกอร์ (8) โบรคเกอร์ forex (4) ปัจจัย (2) เป้าหมาย (12) เปิดสอน forex (1) เปิดสอน forexฟรี (1) ผลกำไร (1) แผนการเทรด (1) แผนการลงทุน (1) ฝากเงินผ่าน Ibanking (1) พอร์ต (10) พอร์ท (1) พัฒนา (1) พื้นฐาน (10) ภาวะกระทิง (1) ภาวะหมี (1) ภาษี (1) มีสติ (1) มุมมอง (1) โมเดล (1) ระบบ (1) ระบบการเทรด (1) ระบบเทรด (2) ระบบเทรด forex (2) ระยะเวลา (5) รับเทรด (1) ราคา (8) ราคาทอง (1) ราคาสอน forex (1) ราคาหุ้น (4) ลักษณะ (1) ล้างพอร์ต (1) เลขทศนิยม (1) เล่นหุ้นออนไลน์ (1) เล่นforex (4) แลกเปลี่ยนเงิน (1) โลกทัศน์ (1) วัฏจักร (1) วัฏฏะ (1) วิเคราะห์ (1) วิเคราะห์กราฟ (2) วิจัยตลาดหุ้น (1) วิธีการสมัครเปิดบัญชี Exness (1) วิธีสมัคร FBS (1) วิธีสมัคร HotForex (1) วิธีสมัคร InstaForex (1) วิธีสมัคร IronFX (1) วิธีสมัคร ROBOforex (1) วิธีสมัคร WelTrade (1) วินัย (1) ศึกษา forex (1) เศรษฐกิจ (8) สกุลเงิน (7) สติ (1) สถิติ (1) สภาวะตลาด (2) สภาวะเศรษฐกิจ (1) สมัครforex (1) สวิง Low (1) สอนเทรด (1) สอนเล่น (1) สัญญาณ (6) สำเร็จ (1) เส้นค่าเฉลี่ย (1) หุ้น (1) หุ้นforex (4) อการเล่นหุ้น (1) ออเดอร์ (5) ออร์เดอร์ (5) อัตราดอกเบี้ย (2) อัตราแลกเปลี่ยน (2) อ่านข่าวforex (1) อิดิเคเตอร์ (1) อินดิเคเตอร์ (1) อินดี้ (1) โอกาส (16) Actual (2) adopt (1) Advance (1) Anchoring (1) apprentice (1) Ask (5) available (1) Available Margin (1) average (3) Averages (1) backtest (1) Balance (4) Base Currency (5) base line (1) Basic (3) Bid (5) Bid Price (1) Bilateral Patterns (1) Body (1) bombarding (1) Bottom (1) Breakaway (1) breakout (4) Broker (3) Butterfly (1) Buy (4) CandleStick Chart (1) Candle Time (1) Cent (4) chart (2) Chart Pattern (1) Classic (1) cmFX (3) COLH (1) Common Gap (1) Connnection Bridge (1) Continuous Patterns (1) Contractionary (1) Convergence (1) Convergence Bearish (1) Correction (2) Counter (1) Currency Risk (1) Custom (1) Cut Loss (4) Daily (3) DAX (2) day trade (1) Day Trader (1) DEGREE (1) Demand (1) Demo (3) Descriptions (1) Desk (1) Disposition effect (1) Divergence (6) Dont Limit (1) Double Bottom (1) Dow Jones Industrial (1) downfalls (1) Downside (1) downsides (1) Down Trend (1) Dragonfly Doji (1) Drawdown (1) Duration (1) EA (1) Ecurrency (1) ELLIOTT (3) Elliott Wave (1) EMA (1) EMA200 (1) Employment Change (2) Engulfing Bar (1) Equity (1) exness (6) exposes (1) Factory (1) Fake (1) Favorite (1) FBS (1) fibo (2) Fibonacci (12) Filspay (1) Financial Leverage (1) first support (1) Floor Trader (1) Forecast (1) Foreign Exchange (2) FOReign Exchange market (1) forex (28) forex กับ หุ้น (1) forex กับ Futures (1) forex คืออะไร (1) forex ดาวน์โหลด (1) forex broker (9) forex factory (1) forexpros (1) forex technical analysis (1) Four-Price (1) Fractal (1) fund (1) FXClearing (1) FX Quote (2) Gap (1) Gartley (1) Gold (1) Golden cross (1) Gold Future (2) Graph (1) Gravertone Doji (1) Guide (2) Harmonic (1) Hedge Fund (1) Hedging strategy (1) High (7) Histogram (2) Histoream (1) HotForex (1) Ichimoku (2) IMF (1) Index (4) Indicator (11) Indicators (3) industrial average (1) initial (1) instaforex (1) Install (1) Instrument (1) Interest Rate (1) IronFX (1) jpeg (1) lean (1) Level (3) Levels (1) leverage (12) Limit (2) Login (1) Long (4) Long-Legged (1) Long Term Trader (1) loss (1) Loss Aversion (1) lot (13) Lots (1) Lot size (1) Low (4) MA (1) MACD (5) major currencies (1) Major Support (1) management (3) margin (7) Market (13) marketiva (2) Mass (2) Medium Price (1) MetaQuotes (1) millionaire (2) Mind set (1) Mini (2) Mini Account (1) Mini Lot (1) Mini Server (1) minor currencies (1) Minor Support (1) MM (3) Money Management (4) Moving (1) Moving Average (5) mt4 (14) MT 4 (1) mt4 download (1) MT5 (1) Navigator (1) Neteller (1) new high (1) New Order (1) NON COMMERICAL (1) Non farm (1) Offer (1) Order (8) orderโอกาส (1) orders (2) Oscillator (2) Oscillators (1) Ou Chi (1) Outcome bias (1) out - of (1) Over (2) Overbough (1) overbought (3) Overlot (1) Overreaction (1) oversold (4) Over Sold (1) overtrade (2) Parabolic SAR (1) Passport (1) Password (1) Pattern (2) Payweb (1) peak (1) Pending Order (1) Perfect Money (1) period (1) pip (9) Pips (5) Pivot Point (2) Platform (1) plot (1) policy (1) Portfolio (1) POSITION (3) Position Limit (1) Previous (2) Price (2) Price Action (2) Price Risk (1) profit (1) Profits (1) Psychology (1) Quantitative (1) quote currency (2) Rang Holding (1) Restrictive (1) Retail (1) Retail Forex (1) Retracement (2) Return (1) Reversal Patterns (1) Risk (5) roboforex (1) RSI (4) script (1) Sell (4) Send Order (1) Senkou Span (1) Sentiment (1) server (1) SET (1) SET index (2) setup (1) sever (2) shadow (1) Short (5) Short Sell (1) Short Selling (1) Shot (2) Shot Bid (1) Show (1) sideway (7) Sideways (1) Signal (1) Skrill (1) SL (1) Slop (1) SL - TP (1) SM (2) SMA (1) Smart Money (1) S&P 500 (1) S&P500 Futures (1) speculators (1) Spot (1) Spot FX (1) Spread (5) Stochastic (2) Stochastic Oscillator (1) Stochastics (2) stoploss (1) Stop loss (1) Stop -Loss (1) Strong Support (1) supply (4) support (3) Swap (2) Swing trade (1) Symbols (1) Tai Chi (1) Take Over (1) Take Profit (2) Target (5) Technical (1) Technical Fundamental (1) Template (1) Tenkan Sen (1) Timeframe (1) Time Frame (12) tools (1) Top (1) TP (3) Trade (3) trade forex (4) Trader (4) Trading (6) Trend (3) trendline (1) Triple Bottom (1) Typical Price (1) Ukash (1) unit (2) value (2) Verify (1) Victor (1) Volume (3) Volumn (1) Watchlist (1) Waves (1) Webmoney (1) Weekly (1) Weighted Close (1) weltrade (1) win (1) Windows (1) YANG (1) Zero line (2) zero sum (1) Zig-zag (1) zip (1)